ศูนย์รับทำเรื่องสมัครสอบ
TOEFL / GMAT / GRE
ศูนย์ศึกษาต่อต่างประเทศจะช่วยอำนวยความสะดวกการสมัครสอบ
ดังนี้
1. จัดเตรียมใบสมัครให้อย่างเป็นทางการ
Information Butltin แจกฟรีที่นี่ TOEFL
/ GMAT / GRE โดยเจ้าหน้าที่จะช่วยแนะนำการเขียนใบสมัครสอบให้อย่างถูกต้อง
2. หลังจากสมัครเข้าไปแล้วทางเราก็จะติดต่อกับเจ้าหน้าที่
Prometric RRC Malaysia เพื่อรอการ ยืนยันตารางสอบของนักเรียนว่าได้สอบวันไหน
3. และแต่ละเคสจะต้องเสียเวลาในการรอเรื่อง
5 - 14 วัน ขึ้นอยู่กับช่วงไหน เด็กจะขอตารางสอบเข้าไปมาก
และต้องมีการจัดตารางสอบเพราะการเข้าสอบแต่ ละวันจะรับเด็กเข้าสอบไม่มากนัก
จึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องรอว่าตารางที่จะขอสอบวันดังกล่าวว่างให้
ทางผู้ที่จะขอสอบ (applicant) หรือเปล่า
4. เมื่อได้รับการตอบรับยืนยันแล้วทาง
Prometric RRC Malaysia ก็จะทำการส่งใบ
Confirmation ของตารางสอบมาให้ทันที
5. หลังจากได้ใบ Confirmation
การสอบแล้วทางผู้สอบที่ได้รับก็จะต้องเตรียมตัวเพื่อรอเข้าสอบ
และควรจะสำรวจว่าเอกสาร หลักฐาน เช่น บัตรประชาชนตัวจริง
หรือพาสปอร์ตตัวจริงที่แจ้งไปควรจะต้องเตรียมไปด้วยเพราะกันผิดพลาด
หรือสลับตัวผู้เข้าสอบ ดังนั้นจำเป็นต้องเตรียมเอกสารตัวจริงไปในวันเข้าสอบทุกครั้ง
เพราะเป็นระเบียบปฏิบัติมิฉะนั้นจะทำให้ไม่สามารถเข้าสอบได้ |
|
ข้อมูลเพิ่มเติม การไปสอบและเข้าสอบแต่ละครั้งทางผู้ที่จะสอบต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างเพื่อจะได้ไม่ผิดพลาด
เพราะถ้าผิดพลาดหมายถึง คุณต้องทำการจ่ายเงินใหม่เพิ่มเป็นการ
Reschedule แม้กระทั่งผลการสอบถ้าคุณต้องการขอเพิ่มเติมก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่ม
เพื่อเป็นค่าจัดส่งมายังผู้ที่สอบแล้ว ซึ่งคิดค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งค่อนข้างสูง
และ ในอนาคตข้างหน้าต่อไป การสอบทั้ง TOEFL และ
IELTS จะทำออกมาไม่ได้แตกต่างกันคือ การสอบต้องมีทั้ง
Listening, Reading, Writing, Speaking โดยข้อสอบต่าง
ๆ จะมีแบบผสมผสานกันออกมา หรือเรียกว่า
" The Next Generation "
* หรือ
ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ลองคลิกเข้าไปได้ที่ www.
prometricsea www.ets.org/toefl
|
- Information Bulletin
แจกฟรีฉบับพิเศษมีแจกเฉพาะที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น โดยรวมข้อมูล
Update TOEFL Bulletin ไว้เรียบร้อย ต้องการทราบที่ตั้งของบริษัทเชิญ
ได้ที่หน้า Contact us
แต่ถ้าจะให้ดีควรโทรเข้ามานัดก่อนน่ะค่ะ จะได้บริการท่านได้ถูกค่ะ
- ดาวน์โหลดใบสมัคร
หลังจากที่คุณกรอกใบสมัครแล้วช่วยกรุณาส่งกลับมาได้ที่
Email : wtccen@yahoo.com
, wtc_thai@hotmail.com |
|
The
new generation TOEFL test
Internet-Based Test (
iBT )
- Reading -Listening
- Speaking - Writing
TOEFL
เปลี่ยนระบบใหม่อย่างไรบ้าง?
นับแต่ปี 2507 จวบจนปัจจุบันนี้ ที่มีการจัดสอบ
TOEFL รูปแบบการสอบในระบบ Paper-Based จนมาเป็น Computer-Based
ในปี 2543 และในปี้นี้ ( 2548 ) การสอบTOEFL จะมีการเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่
เรียกว่า Next Generation TOEFL เพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนที่ผ่านการ
สอบ TOEFLจะสามารถนำความรู้ภาษาอังกฤษนั้นไปใช้ได้จริง
เมื่อต้องการไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนการสอบในแบบใหม่นี้ยากกว่าเดิมหลายเท่า
|
 |
|
TOEFL ใหม่เปลี่ยนทั้งระบบรูปแบบ
และแนวทางการสอบ
การสอบ TOEFL ในแบบใหม่ที่เรียกว่า The Next Generation TOEFL
นั้นจะเป็นการสอบ Online ทาง Internet จึงทำให้มีชื่ออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า
Internet-Based testing ( iBT ) โดยจะรวบรวม 4
ทักษะไว้ด้วยกัน คือ พูด
ฟัง อ่าน และเขียน โดยจะสอดแทรกเรื่องของการใช้
Grammar เข้าไปในทุกๆ ส่วนของการสอบและการแก้ปัญหาโจทย์ในแต่ละข้อ
โดยจะเน้นให้ผู้สอบได้คิดวิเคราะห์และมีการโต้ตอบมากขึ้น ทั้งในรูปแบบของการเขียนและการพูด
โดยจะยกสถานการณ์สมมุติขึ้นมา เช่น การเรียนการสอนในห้องเรียนการวิเคราะห์ในประเด็นต่างๆ
หรือการสนทนาทั่วไป ฉะนั้นการเตรียมตัวสอบ TOEFL จึงต้องเปลี่ยนไปแบบสิ้นเชิง
การท่องจำเพียงคำศัพท์ หรือ Grammar หรือการเข้าโรงเรียนเพื่อติวเข้มก่อนการสอบเพียงไม่กี่เดือน
คงไม่ช่วยให้ผู้สอบมีทักษะเพียงพอที่จะสามารถทำการสอบได้ เพราะการสอบแบบใหม่นี้เน้นการสื่อสารและความเข้าใจโดยเฉพาะเชิงวิชาการจึงต้องอาศัยการสะสมประสบการณ์และมีความเข้าใจในการใช้ภาษาจนสามารถโต้ตอบโดยผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์
เรียกได้ว่า ผู้เตรียมตัวสอบคงต้องฝึกทักษะด้านอื่นๆ เข่น การฟัง
การฝึกวิเคราะห์จากสิ่งที่ได้ฟัง และโต้ตอบทั้งในรูปแบบของการสรุปโดยการเขียนและการตอบโดยการพูด
นอกจากนั้นการสอบโดยระบบ iBT ก็เป็นการสอบในรูปแบบ
Internet ซึ่งระบบใหม่ที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคย ผู้สอบจึงควรเรียนรู้และฝึกฝนวิธีการสอบระบบนี้
จะได้ไม่ต้องเสียเวลาขณะอยู่ในห้องสอบ โดยเชื่อว่าจะสามารถวัดระดับ
แยกแยะความรู้ และความถนัดของผู้สอบได้ดีกว่าในระดับเดิม เพราะ
TOEFL ในรูปแบบใหม่สามารถแยกแยะความสามารถต่างๆ เหล่านี้ได้
การเปลี่ยนแปลงระบบการสอบนี้จะเริ่มที่อเมริกา |
| |
|
| รูปแบบใหม่ของข้อสอบ
TOEFL |
การสอบ TOEFL
รูปแบบใหม่นี้จะเน้นการวัดความรู้ทางการใช้ภาษาอังกฤษในเชิงวิชาการ
แต่ไม่ได้เจาะจงความรู้เฉพาะทางด้านใดด้านหนึ่ง ผู้สอบจึงไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการเป็นพิเศษ
แต่ต้องใช้ความรู้ทางภาษานั้นเพื่อการศึกษาต่อในระดับสูงได้ การสอบจะแบ่งเป็น
4 ทักษะ
1. Reading ( การอ่าน )
ผู้สอบจะต้องตอบคำถามจากบทความที่อ่าน โดยจะมีบทความให้อ่าน 3
บทความ แต่ละบทความที่อ่านจะต้องตอบคำถาม12-15 ข้อ รวมในส่วนนี้ต้องทำข้อสอบ
39-40 ข้อ ในเวลา 60 นาที
2. Listening ( การฟัง )
ผู้สอบจะได้ฟังบทสนทนาในประเด็นทั่วไป 2 เรื่อง และสถานการณ์จำลองการสอนในห้องเรียน
4 เรื่อง รวม 6 เรื่องและตอบคำถามจากสิ่งที่ได้ยินแต่ละบทสนทนาและเรื่องที่ได้ฟัง
ต้องตอบคำถาม 6-8 ข้อ ในส่วนนี้ต้องทำข้อสอบ34-35 ข้อผู้สอบมีเวลาในการตอบคำถามแต่ละเรื่อง(6-8
ข้อ )20 นาที
3.Speaking ( การพูด )
ผู้สอบต้องตอบคำถามโดยการพูด รวม 6 ข้อ หลังจากการอ่านบทความและฟังการบรรยายในแต่ละประเด็น
ผู้สอบจะต้องตอบคำถาม 1 ข้อ โดยแบ่งเป็นประเภทของคำถามดังนี้
- คำถามที่ 1 และ 2 จะเป็นเรื่องราวทั่วไปที่ผู้สอบคุ้นเคย
อาจเป็นประสบการณ์และทรรศนะส่วนตัวของผู้สอบ มีเวลาเตรียมตอบคำถาม
15 วินาที และมีเวลาตอบคำถาม 45 วินาที ในแต่ละข้อ
- คำถาม 3 และ 4 ผู้สอบจะได้อ่านข้อความสั้นๆ ในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง
จากนั้นจะได้ฟังบทสนทนา หรือการบรรยายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบทความนั้น
ผู้สอบจะต้องตอบคำถามจากสิ่งที่ได้อ่านและได้ฟัง โดยการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มา
และตอบคำถามที่เหมาะสม มีเวลาเตรียมตอบคำถาม 60 นาที ในแต่ละข้อ
- คำถาม 5 และ 6 ผู้สอบจะได้ฟังบทสนทนาเพื่อการวิเคราะห์ในเชิงวิชาการ
หรือการฟังบรรยายทางวิชาการผู้สอบจะต้องตอบคำถามจากสิ่งที่ได้อ่านและฟัง
โดยการวิเคราะห์ สรุป ข้อมูลที่ได้มา และตอบคำถามที่เหมาะสม มีเวลาเตรียมตอบคำถาม
20 วินาที และมีเวลาตอบคำถาม 60 วินาที ในแต่ละข้อ
4. Writing ( การเขียน )
ข้อสอบมี 2 ข้อ โดยผู้สอบต้องแสดงความสามารถในการใช้ภาษา และการคิดวิเคราะห์
การพัฒนาความคิดในประเด็นที่ได้อ่าน โดยมีรายละเอียดดังนี้
- คำถามแรก ผู้สอบจะได้อ่านบทความทางวิชาการในเวลาประมาณ
3 นาที และฟังการบรรยายที่เกี่ยวกับสิ่งที่อ่านจากนั้นผู้สอบต้องสรุป
บรรยาย หรือแสดงทรรศนะจากสิ่งที่ได้อ่านและได้ฟัง โดยต้องเขียน
150-225 คำ ในเวลา 20 นาที
- คำถามที่ 2 ผู้สอบจะได้อ่านประโยคสั้นๆ และตอบคำถามโดยการบรรยาย
หรือแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลจากสิ่งที่ได้อ่าน โดยต้องเขียนอย่างน้อย
300 คำ ในเวลา 30 นาที
ในส่วนของการพูดและการเขียน
ผู้สอบจะได้อ่านและฟังแต่ละประเด็นคำถามเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
จึงต้องตั้งใจให้ดี และจดเนื้อหาสำคัญสั้นๆ ไว้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสรุปความคิด
เพราะมีเวลาเตรียมตัวเพื่อตอบคำถามไม่นานนัก ผู้สอบจะมีเวลาพัก
10 นาที หลังจากจบการสอบในส่วนของ Listening และใครต้องการทดลองทำข้อสอบ
TOEFL
จะเป็นการทดสอบเพิ่มอีก
1 ทักษะคือ เพิ่มการพูด ( Speaking ) ซึ่งการพูดดังกล่าวไม่ใช่ลักษณะสนทนา
แต่เป็น การพูดแบบลักษณะเสนอผลงาน( Presentation )
ซึ่งถ้าจะให้ดี ก่อนที่จะไปสอบควรจะฝึกฝนตัวเองให้มากก่อนจะดีที่สุด
ส่วนการออกข้อสอบ
ผู้ออกข้อสอบได้มีการพัฒนารูปแบบข้อสอบใหม่ซึ่งจะมีการทดสอบทักษะหลายด้านพร้อมกัน
(Integrated) ผู้เข้าสอบจะเริ่มโดยการอ่านบทความในระยะเวลาที่กำหนดจากนั้นก็จะได้ยินบทสนทนาทางหูฟังพร้อมชี้ให้เห็นข้อขัดแย้งระหว่างบทสนทนาและ
บทความโดยการเขียนหรือทางวาจา ตามปกติแล้วการฟังหรือการอ่านภายในระยะเวลาจำกัดนั้นมันเป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการโต้ตอบที่ซึ่งไม่ใช่ภาษาของตนหรือเป็นภาษาที่สอง
ความยากดังกล่าวจะเพิ่มพูนความสามารถของนักเรียนไทยในเชิงวิเคราะห์และวิจารณ์ผลในการฟังข้อสอบTOEFL
แบบ iBT ในส่วนของ Listening and Speaking
จะมีความยาวเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า แต่หาก
ผู้ที่จะทำข้องสอบของiBT แล้วจะต้องทำความฝึกฝนอย่างมากในด้านทักษะต่าง
ๆก่อนที่จะไปทำการสอบอีกทั้งค่าธรรมเนียมในการสอบของทุกครั้งเมื่อเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสกุลไทยแล้วก็ไม่ใช่น้อย
ดังนั้นนักเรียนที่ต้องการวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษของตนเอง
หรือ นักเรียนที่จำเป็นจะต้องนำความรู้ไปทำการสมัครเรียนในสถาบันต่าง
ๆ ก็ต้องเตรียมพร้อมเสมอว่าคุณมีความมั่นใจในการจะไปสอบมากแค่ไหน
สรุประบบการสอบของ
iBT
นั้นเป็นการวัดความสามารถทางทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของคุณจริง
ๆ และยังทำให้คนที่จะไปสอบระบบนี้ได้รู้ว่าการสอบนั้นคุณรู้ระบบการเชิงวิเคราะห์และวิจารย์ในการสอบมากแค่ไหนด้วย
| |
 |
| |
ผลคะแนนของการสอบ
TOEFL รูปแบบใหม่
ผลคะแนนของ TOEFL นี้ สามารถอธิบายถึงความถนัดและทักษะทางภาษาของผู้สมัครสอบที่เป็นประโยชน์ต่อการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในสถาบันต่างๆ
โดยจะแบ่งคะแนนตามทักษะดังนี้
Listening : 0-30 Reading : 0-30
Speaking : 0-30 Writing : 0-30
Total score : 120
สถานที่จัดสอบ
Institute of International Education ( IIE )
6th Floor, Maneeya Center North 518/3 Ploenchit
Rd.,
Pathumwan Bangkok 10330 Thailand Tel; 02-652 0653
f
วันและเวลาการสอบ
ผู้สอบสามารถสอบได้เดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น โดยจะมีการจัดสอบทุกวันจันทร์-ศุกร์
( ยกเว้นวันหยุดราชการ )
รอบเช้า เริ่มสอบเวลา
09.00 - 12.00
รอบบ่าย เริ่มสอบเวลา
13.00 - 16.00
ผู้สอบควรมาถึงศูนย์สอบก่อนเวลาสอบประมาณ
30 นาที |
|
หลักฐานสำคัญ
และระเบียบการเข้าสอบ
- ผู้สอบต้องมีบัตรประจำตัวที่ได้รับการรับรอง ซึ่งมีทั้งรูปและลายเซ็นของผู้เข้าสอบ*
มาแสดงก่อนต่อเจ้าหน้าที่คุมสอบก่อนเข้าห้องสอบ
บัตรประจำตัวที่ได้รับการรับรองซึ่งมีทั้งรูปและลายเซ็นของผู้เข้าสอบ
ในที่นี้ได้แก่ พาสปอร์ต
หากผู้เข้าสอบไม่มีพาสปอร์ตอนุญาตให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนคู่กับบัตรประชาชนอีก
1 ใบ ที่มีทั้งรูปและลายเซ็นต์ เช่น ใบขับขี่ บัตรนักเรียน บัตรนักศึกษา
บัตรประจำตัวข้าราชการ
สำหรับชาวต่างชาติ อนุญาตให้ใช้เฉพาะพาสปอร์ตเป็นหลักฐานเท่านั้น
|
คะแนนผลสอบ TOEFL
สามารถใช้ได้เป็นระยะเวลา 2 ปี
นับแต่วันที่เข้าสอบเท่านั้น ถ้าต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมก็
สามารถคลิกเข้าไปยัง website TOEFL หรือถ้าจะต้องการเปรียบเทียบผลการสอบทั้งแบบเก่าแบบใหม่
ก็สามารถเช็คได้จาก ตารางเปรียบเทียบTOEFL
ได้ค่ะ
|
|
|
|
| |
|
GMAT
(Graduate Management
Admission Test)
GMAT เป็นข้อสอบที่ใช้วัดความรู้ทางภาษาอังกฤษ,คณิตศาสตร์
และความถนัดทางการเขียนเชิงวิเคราะห์
ซึ่งเป็นความสามารถที่นักศึกษาควรจะมีในระดับศึกษา ในสาขาด้านบริหารธุรกิจ
โดยหลายมหาวิทยาลัยจะใช้ผลสอบGMAT นี้สำหรับประกอบการพิจารณาในการรับสมัครนักศึกษา
ลักษณะข้อสอบ
มีสามส่วนด้วยกัน คือ
1.
Quantitative Section
เป็นข้อสอบแบบปรนัย จะมีคำถาม ทั้งหมด 37 คำถาม ประกอบไปด้วย
Problem Solving 24 คำถาม และData Sufficiency 13 คำถาม
2.
Verbal Section เป็นข้อสอบแบบปรนัย
จะมีคำถามทั้งหมด 41 คำถาม ประกอบด้วย
Reading Comprehension 14 คำถามSentence Correction
13 คำถาม
และ Critical Reasoning 14 คำถาม
3.
Analytical Writing Assessment (AWA)
เป็นการเขียนความเรียง 2 ข้อ
โดยจะให้ผู้สอบพิมพ์เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ตามเวลาที่กำหนดไว้
คือ 30 นาทีสำหรับแต่ละ
ส่วน โดยในการสอบนี้นักศึกษาจะมีการเตรียมเอาไว้ก่อนแล้ว
คะแนน
จะมีการเก็บข้อมูลคะแนนของผู้สอบไว้
โดยจะมีการรายงานผล 3ครั้งสุดท้ายที่ทำการสอบ
มหาวิทยาลัยบางแห่งพิจารณาจากผลเฉลี่ย ของ
3 ครั้งนั้นแต่บางแห่ง จะนำผลสอบครั้งที่ดีที่สุดมาพิจารณา
คะแนนGMAT นั้นคือ 200-800
คะแนน ส่วนใหญ่ผู้สอบจะทำได้ 250-700 โดยประมาณ
สำหรับการคิดคะแนน หากทำข้อใดผิด จะมีคะแนนติดลบอยู่ที่
1/4 และหากไม่ได้ทำข้อสอบครบทุกส่วน คือทั้งการเขียน essay
และการทำข้อสอบปรนัย จะถือว่าทำข้อสอบไม่สมบูรณ์และไม่ได้รับคะแนน
ส่วนมากผู้ที่สามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงได้นั้น
มักทำคะแนนอยู่
ในช่วง 600 กว่า จนถึง 700 กว่า
การสอบ
เราสามารถเลือกวันสอบได้
และค่าธรรมเนียม U$$ 250 ทางเราคิดค่าบริการเท่าเดิม
$ 30 สถานที่สอบที่มีกำหนดให้ถ้าที่กรุงเทพฯ คือที่
PEARSON BUILDING ชั้นที่ 10 อยู่ใกล้ GMM Grammy
ข้อมูลเพิ่มเติม : WWW.MBA.COM
กรณีจะไปสอบจะต้องนำ
passport ตัวจริงไปเท่านั้นพร้อมเอกสารการยืนยันหรือรหัส
เพื่อเข้าสอบพร้อมด้วยในวันสอบเพราะสำคัญมาก
และควรไปถึงที่สอบก่อนสัก 30 นาที จะดีที่สุด
ส่วนผลสอบนั้นหลังจากสอบแล้วส่วนใหญ่ไม่เกิน
5-10 วันก็จะทำการ on line ให้ตาม email ที่นักเรียนให้ไป
และถ้าตรวจสอบคะแนนก็ต้องใส่รหัสไปถึงจะผ่านเข้าไปดูได้ว่าผลการสอบได้เท่าไร
|
|
Gre
เป็นข้อสอบวัดมาตรฐานนักศึกษาที่จะสมัครเข้าิมหาวิทยาลัย
ในระดับ ปริญญาโท (โดยส่วนมาก ยกเว้น ทางด้านบริหาร หรือ
การตลาด) ย่อจาก Graduate Record Examinations คือ ข้อสอบ
ป.โท แบบสะสมคะแนนเก่า และรายงานผล เป็นประวัติตัวผู้เข้าสอบตลอดไป
จุดประสงค์
ก็เพื่อวัดทักษะต่างๆ
ของนักศึกษา เพราะระบบของมหาวิทยาลัยอเมริกา มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้คัดเลือก
นักศึกษาเอง ดังนั้น ถ้าเป็น มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง
ก็จะมีผู้ส่งใบสมัครเข้ามามาก หลักการคัดเลือก ก็พิจารณา
เกรดเฉลี่ย และคะแนน GRE เป็นตัวประกอบ
สาขาวิชาที่ต้องสอบนั้นมีมาก
ข้อสอบ GRE จึงมี แตกแขนงวิชาย่อยๆ เฉพาะทางต่อไปอีก เช่น
GRE สำหรับวิศวกร,GRE สำหรับแพทย์ หรือ GRE สำหรับทนาย
แต่ส่วนมากจะให้ผู้ทีสอบ GRE แบบทั่วไปก่อน(ถ้ามหาวิทยาลัยต้องการให้สอบ
GRE เฉพาะทาง ส่วนมากจะให้สอบอีกครั้งทีหลัง)
GRE
ทั่วไป สามารถเป็นพื้นฐานในการแสดงคุณสมบัติ ของนักเรียนได้ในระดับหนึ่ง
เพราะ ข้อสอบจะมีถึง 3ภาค ใหญ่ๆแล้วก็มีหมวดย่อยๆในภาคอีก
ภาค
1 คือ ทดสอบทาง ภาษา (Verbal)
ภาค
2 คือ คณิตศาสตร์ (Mathematics)
ภาค
3 คือ ทดสอบเชาวน์ (Analytical)
ค่าบริการในการสอบ
ตอนนี้ยังคิดอัตราเท่ากับ TOEFL ราคา $140
ส่วนค่าบริการก็ยังคงเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลงติดต่อได้ที
WTC Center
สถาบันที่จัดสอบคือ ETS คือที่เดียวกับที่สอบTOFEL
ดังนั้นการสมัครสอบสถานที่สอบ จะเหมือนกัน ถ้าต้องการสมัครก็สามารถกรอกใบสมัครได้ที่
website: www.wtccenter.com
หรือข้อมูลเพิ่มเติม : www.gre.org |
|
|
|
|
| |
|
| |
| |